อุทยานแห่งชาติดอยผากลองอยู่ในท้องที่อำเภอลอง อำเภอเมือง และอำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ประกอบด้วยพื้นที่เป็นเขาสูงชัน บางแห่งพื้นที่ราบบนเขามีหินโผล่จากพื้นดินตามธรรมชาติอย่างสลับซับซ้อน เป็นหินปูน และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม คือ สวนหินมหาราช จะมีหินโผล่ซึ่งมาจากพื้นดินตามธรรมชาติอย่างสลับซับซ้อนน่าอัศจรรย์ ประกอบกับบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ปัจจุบันมีผู้เข้าไปเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก และมีเทือกเขาดอยผากลองเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร อุทยานแห่งชาติดอยผากลองมีเนื้อที่ประมาณ 117,982 ไร่ หรือ 188.77 ตารางกิโลเมตร เมื่อปี พ.ศ. 2530 สำนักงานป่าไม้เขตแพร่และจังหวัดแพร่ มีนโยบายจัดสวนหิน ซึ่งอยู่ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย ท้องที่ตำบลต้าผามอก อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เป็นวนอุทยานสวนหินมหาราช เพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้แล้ว โดยให้ประสานงานกับกองอุทยานแห่งชาติ และได้มีคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 475/2532 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2532 ให้ดำเนินการสำรวจป่าห้วยขมิ้น ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย ป่าห้วยเบี้ย-ห้วยบ่อทอง และป่าแม่แย้-แม่สาง ท้องที่ตำบลต้าผามอก อำเภอลอง ตำบลวังหงส์ ตำบลท่าข้าม ตำบลวังธง และตำบลป่าแมต อำเภอเมือง ตำบลเวียงทอง ตำบลร่องกาด และตำบลบ้านปง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไปต่อมาปี 2550 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าห้วยเบี้ยและป่าห้วยบ่อทอง ป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย และป่าแม่แย้และป่าแม่สาง ในท้องที่ตำบลท่าขาม ตำบลวังธง ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ ตำบลต้าผามอก ตำบลบ้านปิน อำเภอลอง ตำบลเวียงทอง ตำบลสบสาย ตำบลบ้านปง ตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนที่ 31 ก ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2550 จัดเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 107 ของประเทศ

 

ดอยวาวี ตั้งอยู่ หมู่ 1 ต.วาวี อ.แม่สรวย เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ของชาวจีนฮ่อ บนดอยวาวี ยังมีความเป็น เอกลักษณ์ อีกอย่างหนึ่ง ที่ชวนให้หลงใหล หลงรส นั่นก็คือ เสน่ห์แห่ง “ชา” ที่ชาวบ้านบนดอยวาวี ปลูกกันเป็น อาชีพหลัก อย่างเป็นล่ำเป็นสัน เพราะที่นี่มีชาวจีนฮ่อ หรือจีนยูนนานมาอาศัยอยู่ ยุคเดียวกับกองพล 93 ที่ ดอยแม่สลอง ที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเช่นกันส่งผลให้บนดอยวาวีนิยมปลูกชากันมาก ชาบนดอยวาวี มีทั้งชาพันธุ์พื้น เมืองสายพันธุ์ อัสสัมชาสายพันธุ์ไต้หวันอย่างชิงชิง เบอร์ 12, 13 และชา อู่หลงที่มีความโดดเด่น เป็นอย่าง ยิ่ง เพราะดอยวาวี ถือเป็นแหล่งปลูกชาอู่หลงแห่งแรกของเมืองไทย ลุงพังโก : พินิจ พิทักษ์วารี ชายอายุ 60 กว่าๆ ผู้ที่ติดใจในรสชาติชาอู่หลง จนถึงขนาดแอบลักลอบนำต้นชาอู่หลงพันธุ์ดี เข้ามาปลูกในเมืองไทย เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว และลองผิดลองถูกอยู่ 8 ปี จนปัจจุบันได้พัฒนาเป็นชาอู่หลงแบบไทยๆ ที่รสชาติยอดเยี่ยม ไม่ยิ่ง หย่อนไปกว่าอู่หลงของไต้หวัน แถมยังส่งไปตีตลาดที่ไต้หวันอีกด้วยบนดอยวาวียังไม่หมดของดีเพียงเท่านี้ เพราะการที่ดอยแห่งนี้ มีชนเผ่าอาศัยอยู่ถึง 13 ชนเผ่า อาทิ อาข่า มีอยู่เยอะที่สุด มูเซอ ลีซอ เย้า กะเหรี่ยง จีนฮ่อ และเผ่าอื่นๆ ก็ทำให้ดอยแห่งนี้ มีวัฒนธรรมและประเพณี การแต่งกาย บ้านเรือน และภาษา ของแต่ละชนเผ่า ที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป แต่ว่าทุกคนบนดอยวาวี ต่างก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติที่โอบล้อม

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นบริเวณจุดชมวิวแห่งหนึ่งของอุทยาน มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาดูดาว ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินในบริเวณเดียวกัน รวมทั้งสามารถชมทะเลหมอก จึงตั้งชื่อของสถานที่แห่งนี้ว่าดอยเสมอดาวนอกจากนี้ยังมีสถานท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงคือ “ผาหัวสิงห์” เป็นหน้าผาที่มีรูปร่างคล้ายสิงโตนอนหมอบ หันหน้าไปทางทัศตะวันออก สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ 360 องศา และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง มีเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติ ให้ผู้รักการผจญภัยได้เพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติอากาศบน ดอยเสมอดาว ช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ค่อนข้างร้อนจัดจนเหงื่อไหลไคลย้อย แต่ทันทีที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสี อมส้มส้ม และเหลืองทองจางๆ อุณหภูมิรอบตัวก็กลับลดลงอย่างรวดเร็ว เหลืองเพียงสายลมเย็นๆ พัดผ่านผิวกายให้กลุ่มนักเดินทางผู้เคยหมกตัวในห้องแอร์ต้อง เป่าปากกันเป็นแถว  ดอยเสมอดาว  มวลหมู่ดาวที่พร่างพรายบนท้องฟ้า ช่วยไขข้อข้องใจว่าเหตุใด ชื่อดอยแห่งนี้จึงมีชื่อ เสมอดาว ความรู้สึกอยากใช้มือไขว่ความดาวมาเก็บไว้ในกระเป๋า เป็นสิ่งที่เราเห็นได้จากอาการของนักเดินทางหลายคนที่ เหม่อมองฟ้าแล้วใช้มือโบกไปมาความสวยงามยามค่ำคืนบนดอยเสมอดาว เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ชาตินี้คงไม่ลืม แต่ด้วยอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ จนเฉียด 12 องศา ได้ทำเอาหลายคนต้องขอนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มทั้งคืน เวลาราวๆ ตี 5 หลายคนเริ่มตื่นจากการหลับใหล ซึ่งเมื่อใช้มือแตะที่ถุงนอน คุณจะรู้สึกเลยว่า แม้แต่ถุงนอนอุ่นๆ ก็ยังเย็นยะเยือก เมื่อรูดซิปเต้นท์แล้วเดินฝ่าลมเย็นๆ ไปยังจุดชมวิว สิ่งที่ทำให้เราถึงกับอึ้งจนเสียงในลำคอร้องเปล่งออกมาว่า คือภาพของ ทะเลหมอก ที่สวยงาม

วนอุทยานภูลังกา เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาสันปันน้ำ ที่มีความสูงตั้งแต่ 900-1,720 เมตร ด้วยลักษณะที่เป็นยอดเขาสลับซับซ้อนนี้เองจึงเหมาะสำหรับนักนิยมธรรมชาติที่ชอบการเดินป่าพิชิตยอดดอยสูง ซึ่งเหมาะสำหรับการชมทิวทัศน์ในช่วงฤดูหนาวเป็นอย่างยิ่ง   ตั้งอยู่ภายในตำบลผาช้างน้อย อำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกแห่งเดียวของจังหวัดพะเยา ชาวเขาเผ่าเย้าเรียกยอดดอยที่สูงที่สุดบนภูนี้ว่า ฟินจาเบาะ หมายถึง เป็นที่สถิตของนางฟ้าและเทวดา ซึ่งมีคำบอกเล่าถึงความมหัศจรรย์ว่าในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ จะมีแสงสีขาวเปล่งปลั่งเหนือยอดดอย   ทั้งนี้บนยอดภูมีพื้นที่แคบจุได้ไม่เกิน 10 คน สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก ดอกไม้ป่า พันธุ์ไม้หายาก เช่น ต้นชมพูภูพาน, เนียมแดง, เอื้องสีตาล, เทียนธารา และสัตฤๅษี เป็นต้น สามารถศึกษาระบบนิเวศดั้งเดิมของป่าดิบเขาและต้นน้ำตามเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ หรือชมทะเลหมอกที่สวยงามนอกจากนี้วนอุทยานภูลังกายังมีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ ดอยภูลังกา มีความสูงประมาณ 1,720 เมตร สามารถเฝ้าชมวิวทะเลเมฆหมอก ดอกไม้ป่า ชมอาทิตย์ขึ้นลงท่ามกลางทะเลภูเขาสวยงามมาก, ดอยภูลม มีความสูงประมาณ 1,600 เมตร สามารถชมวิวได้ 360 องศา, ทุ่งดอกโคลงเคลง เป็นต้นไม้พุ่ม ดอกสีม่วง มีลักษณะสวยงาม ออกดอกบานสะพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวและช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขึ้นรวมกันเป็นทุ่งกว้างและกระจัดกระจายทั่วไปในวนอุทยานภูลังกา, หินแยงฟ้า เป็นแท่งหินยื่นโผล่ขึ้นไปบนฟ้า อยู่ปลายสุดของยอดดอยภูลังกา, ป่าก่อโบราณ, น้ำตกภูลังกา, ลานหินล้านปี และร่องรอยตำนานผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีต

    ถ้าหากมีแผนการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย อีกหนี่งสถานที่ทุกคนต้องห้ามพลาด นั่นก็คือ ภูชี้ฟ้า ซึ่งภูชี้ฟ้านั้นก็ได้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,682 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวที่มีลักษณะยื่นไปทางฝั่งของประเทศลาวนั้น เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ซึ่งภูชี้ฟ้านั้นก็ติดกับประเทศลาว ซึ่งสามารถที่จะมองวิวได้อย่างชัดเจน

ไฮไลท์สำคัญสำหรับคนที่มาเยือนภูชี้ฟ้า นั้นนั่นก็คือการที่ได้มาชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยเป็นอย่างมากั่นเอง เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งช่วงที่ควรมาเที่ยวนั้นก็ควจะเป็นเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพราะจได้มาชม ดอกเสี้ยว หรือ ชงโคป่า ที่จะออกสีขาวบานสพรั่งให้ได้ชมกันอย่างตื่นตาตื่นใจนั่นเอง เอาเป็นว่าภูชี้ฟ้านั้นก็อย่างที่บอกนะครับว่าถ้าใครได้มาเยือนเชียงรายแล้วก็จะต้องห้ามพลาดแลนด์มาร์คแห่งนี้ไปนะครับ เพราะถ้าพลาดไปแล้วก็จะน่าเสียดายเป็นอย่างมากนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น การเดินทางมาภูชี้ฟ้า ก็ไม่ยากอย่างที่ใครหลายๆ คนคิดไว้นะครับ เพราะเดี๋ยวนี้ระบบขนส่งในบ้านเราก็อำนวยความสะดวกไว้อย่างครบครัน ยิ่งรถทัวร์นั้นก็นั่งมาได้อย่างสบายๆ เพราะบริการใหม่ของสมบัติทัวร์นั้นก็เป็นแบบวีไอพี 20 ที่นั่งรับรองเลยนะครับว่านั่งกันมาไม่เมื่อยกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่าถ้าหากใครคิดไม่ออกว่าจะเที่ยวที่ไหนดี เชียงรายนิแหละครับเป็นอีกสถานที่ที่ไม่ควรจะพลาดนั่นเองเพราะมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้เลือกไปอย่างมากมาย

    หากพูดถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น หลายๆ คนก็คงคิดว่าจะมีแต่ทะเลหมอก แหล่งท่องเที่ยวประจำฤดูหนาว แต่บางคนอาจจะคิดไม่ถึงนะครับว่าที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นก็มีแหล่งดินโคลนที่ดีที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย แถมยังติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก ซึ่ง ภูโคลน ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นส่วนใหญ่ก็จะนำมาพอกหน้า พอกตัวกัน เพราะเป็นโคลนสีดำที่มีความบริสุทธิ์ ที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุและมีประโยชน์นั่นเอง

ภูโคลนนั้น ก็เป็นแหล่งโคลนเพื่อสุขภาพกันนะครับ หลายๆ คนส่วนใหญ่ ก็จะนิยมกันไปพอกหน้า พอกตัว เพราะโคลนที่นี้นั้นก็ถูกค้นพบโดยกลุ่มนักวิจัยของชาวฝรั่งเศสและคนไทย โดยก่อนที่จะสรุปได้นั้นก็ผ่านขั้นตอนต่างๆ นานาๆ อย่างมากมายกันเลยทีเดียว โดยผลวิจัยนั้นก็ได้ค้นพบว่า โคลนที่นี้นั้นก็สามารถที่จะพื้นฟูผิวพรรณได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ เพราะว่าจะไปช่วยในระบบไหลเวียนของโลหิต เพราะมันเต็มไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ อย่างมากมายไม่ว่าจเป็น แคลเซียม โบรไมน์ แมกนิเซียม คลอไรน์ เป็นต้น ก็อย่างที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้นะครับ ว่าโคลนที่นี้ก็ติด 1 ใน 3 ของโลกที่ดีที่สุดนั่นเอง เอาเป็นว่า ภูโคลน ก็ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้วนะครับสำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่นี้ก็เดินทางได้ง่ายนะครับ ถ้าหากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวป๋างอุ๋ง ก็จะผ่าน ภูโคลนแหล่งนี้ด้วย ก็อยากจจะให้ทุกคนที่ผ่านมาผ่านไปนั้นได้ทดลองกันไปดูนะครับเพราะราคานั้นก็ถือไม่แพงอย่างที่คิดเพราะมีหลายแพจเกจให้เลือกอย่างมากมาย ซึ่งการพอกหน้านั้นก็เพียงแค่ 100 บาทเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นราคาทีรับได้สำหรับนักท่องเที่ยวนะครับ เอาเป็นว่าถ้าหากมีโอกาสได้ไปสัมผัสจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็อย่าลืมแวะไปที่ ภูโคลนแห่งนี้ด้วยนะครับ

    แม่ฮ่องสอนถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีอากาศดีเป็นอย่างมาก แถมยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างมากมาย ถ้าหากพูดถึงแม่ฮ่องสอน หลายๆ คนก็คิดถึงอำเภอปาย ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมากโดยเฉพาะชาวต่างชาติ แต่ถ้าหากพูดถึงแม่ลาน้อย ซึ่งเป็นอำเภอที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยนะครับเพราะว่าที่นี้นั้นก็เต็มไปด้วยนาขึ้นบันได ที่จะมีให้ชมกันอย่างเต็มที่ แถมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกด้วยนะครับ

ถ้าหากใครไม่รู้ว่ามาแม่ลาน้อยแล้วจะไปพักที่ไหนดี วันนี้จะขอแนะนำ ที่ เฮินไต รีสอร์ท นะครับ ซึ่งเป็นที่พักในทุ่งนา ที่เต็มไปด้วยสายมอก มองไปทางไหนก็เขียวขจีกันไปหมด ถ้ายิ่งมีฝนตกด้วยละก็รับรองเลยนะครับว่าอากาศที่นี้ก็จะดีเป็นอย่างมากนั่นเอง รับรองได้เลยนะครับว่าบรรยากาศที่นี้นั้นฟินเป็นอย่างมากเพราะมีกิจกรรมให้ทำอย่างมากมาย เพราะที่นี้เป็นเมืองของธรรมชาติที่ใครอยากพักผ่อนก็ขอแนะนำที่นี้เลยนะครับเพราะมันสูญอากาศได้เต็มปอดจริงๆ การพักที่เฮินไต นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งที่พักที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะสะดวกสบาย มีกิจกรรม อาหารอร่อยให้รองรับกับแขกที่มาเยือนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะยำ เฮินไต นั้นที่นี้ถือเป็นเมนูเด็ดที่ต้องห้ามพลาดอีกด้วย ถ้าหากมีเวลาเหลือก็อยากจะให้ทุกคนได้ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวที่ บ้านห้วยห้อม เพราะที่นี้ขึ้นชื่อของ กาแฟ เพราะกาแฟที่นี้อร่อยไม่เหมือนใคร มีร้านกาแฟชื่อดังต่างแย่งกันประมูลสัมปทานกันอีกด้วย และปิดท้ายด้วยที่โครงการหลวงแม่ลาน้อย เพราะที่นี้ถือเป็นแหล่งผลิตผักที่สำคัญของร้านอาหาร ซิลเล่อร์นะครับ เพราะอย่างที่โฆษณาที่นี้จะรับผักจากโครงการหลวงมาให้ลูกค้าได้รับประทาน เลยทำให้ผักของร้าน ซิลเลอร์ นั้นมีความอร่อยที่ไม่เหมือนใครนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นก็ถ้าหากมีเวลาก็อยากจะให้ลองมาสัมผัสกันดูนะครับเพราะที่แม่ลาน้อยนั้นสมคำล่ำลือจริงๆ

   จังหวัดเชียงรายก็ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ก็มีความน่าสนใจแทบทั้งหมด ถ้าหากให้นึกแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายนั้นหลายๆ คนก็ต้องพูดถึงภูชี้ฟ้ากันนะครับ เป็นภูที่มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์นั่นเอง แต่วันนี้อยากจะให้ทุกคนที่ไปเชียงรายได้มาสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ที่ ดอยตุง เพราะที่นี้มีสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากนั่นเอง

ดอยตุง หลายๆ คนอาจจะสงสัยกันนะครับว่ามันคืออะไร มีอะไรให้ทำบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยนะครับว่า ดอยตุงนั้นก็มีให้ชมความงามของ หุบเขา สายหมอก สวนดอกไม้ต่างๆ นานา อย่างมากมาย แถมยังมีมุมนั่งชิวให้จิบกาแฟ และลิ้มรสของอาหารพื้นเมืองอีกด้วย ซึ่งไปที่ดอยตุงที่เดียว ก็เกือบจะได้แทบทั่วจังหวัดเลยนะครับ แถมที่ดอยตุงนั้นก็ยังมีที่พักไว้ให้บริการกับนักท่องเที่ยวอีกด้วยนั่นเอง ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่าถ้าหากใครมาดอยตุงแล้วนั้นก็ยังจะมีแหล่งท่องเที่ยวแนะนำเลยนะครับอย่างเช่น เที่ยวตามรอยพระบาท หรือจะเป็น แหล่งเรียนรู้ของชุมชนดอยตุง มีทั้งงานศิลปะ ผ้าท้อ เซรามิ และกาแฟคั่วนั่นเอง รับรองเลยนะครับว่าถ้าหากใครได้มาเที่ยวที่ดอยตุงแล้วนั้นก็จะได้อรรถรสที่ดีกลับไปอย่างแน่นอน และที่สำคัญที่นี้มีกิจกรรมให้เราสามารถ workshop ฝึกทำชิ้นงานเป็นของตัวเองได้อีกด้วย รับรองเลยนะครับว่าคงมีชิ้นเดียวในโลกแน่นอนหรือถ้าหากใครมีทักษะด้านศิลปะเยอะ ก็อาจจะทำเป็นของฝากได้เช่นกัน และอีกอย่างที่ห้ามพลาดนะครับถ้าหากมาแล้วไม่ได้ชิมกาแฟดอยตุงก็ถือว่าพลาดแน่นอน เพราะกาแฟที่นี้อร่อยไม่แพ้ใครแถมยังขึ้นชื่ออีกด้วยนะครับ

   เมื่อเข้าสู่หน้าหนาว หลายๆ คน ก็อยากจจะไปสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นซึ่งบ้านเรานั้นก็มีทางภาคเหนือก็มีอากาศหนาวเย็นเช่นกัน บรรยากาศนั้นก็คงไม่ต้องพูดถึงนะครับ ยิ่งหนาวก็ยิ่งสวย ทะเลหมอกในตอนเช้าๆ ก็คงเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คนนั่นเอง ยิ่งดอยอินทนนท์แล้วนั้นเส้นทางที่ชมดอกซากุระเมืองไทย หรือ ดอกนางพญาเสือโคร่งนั้น ก็มีสีชมพูที่สวย หวานทำให้เป็นที่รักของใครหลายๆ คนที่ได้มาเยือนนั่นเอง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทยนั้น ก็จะบานสะพรั่งในช่วงราวๆ เดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะพบได้มากที่สุดที่บนยอดดอยอินทนนท์ ที่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้นักท่องเที่ยวมาชมความงามของดอกไม้เป็นจำนวนมากนั่นเอง และก็นิยมมาถ่ายรูปเล่นกันเป็นจำนวนมาก เพราะด้วยความงามของดอกซากุระเมืองไทยนั้นก็สวยไม่แพ้ที่ประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง โดยที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี และศูนย์วิจัยเกษรตหลวงเชียงใหม่หรือที่เราเรียกกันว่า “ขุนขวาง”ก็อย่างที่บอกอ่ะครับว่าที่นี้ปลูกดอกนางพญาเสือโคร่งไว้มากนั่นเอง ถ้าหากใครอยากจะไปสัมผัสอากาศหนาว และชมดอกซากุระนั้นก็ติดต่อจองห้องพักที่ดอยอินทนนท์ได้นะครับ แต่ก็ต้องรีบโทรจองหน่อยเพราะจะเต็มอยู่ทุกปี แทบจะไม่มีให้พักกันเลยทีเดียว ซึ่งที่นี้ไม่ได้มีแค่ดอกซากุระเท่านั้นนะครับ เพราะที่นี้ยังมีพืชหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น สาลี่ พลัม แมคคาเดเมีย เกาลัดจีน สตอเบอรี่ และอื่นๆ อีกมากมาย นับได้ว่าดอยอินทนนท์แห่งนี้ก็เป็นจุดศูนย์รวมพืชพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดนั่นเอง

   บ้านห้วยห้อม หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักกันนะครับว่ามันคือที่ไหน แต่ถ้าให้พูดถึงบรรยากาศนั้นก็คงต้องยอมรับนะครับว่าที่นี้ สุดยอดจริงๆ บ้านห้วยห้อม ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ในอำเภอแม่ลาน้อย เป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยอ้อมกอดของขุนเขา เป็นหมู่บ้านที่ผลิตกาแฟที่ขึ้นชื่อมากที่สุดของประเทศเพราะกาแฟที่นี้มีรสชาติที่ไม่เหมือนใคร โดยกาแฟขี้ชะมดนั้นก็มีให้ชิมด้วยนะครับ ซึ่งราคานั้นก็ไม่แพงอย่างที่คิดเพียงแค่แก้วละ 100 บาทเท่านั้นเอง

บ้านห้วยห้อม ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วย นาขึ้นบันได ที่สวยงามอย่างมากซึ่งถ้าหากใครได้มาสัมผัสละก็รับรองเลยนะครับว่าจะถูกอกถูกใจกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะที่นี้นอกจากจะมีอากาศที่เย็นอยู่ตลอดทั้งปีแล้วนั้น ก็ยังมีอาหารในแบบฉบับชาวเขาอีกด้วย ซึ่งก็ไม่ต้องตกใจกันไปนะครับเพราะราคาถูกมากเพียงแค่ หัวละ 70 บาทเท่านั้นเองรสชาติของอาหารที่นี้นั้นก็อร่อยแบบธรรมชาติสุดๆ นะครับเพราะวัตถุดิบที่นำมาทำนั้นก็เป็นวัตถุดิบที่ปลูกเอง เลี้ยงเองทุกอย่างปลอดสารพิษแน่นอน บ้านพักโฮมสเตย์ของบ้านห้วยห้อม นั้นก็ได้รับมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยอีกด้วย เห็นมั้ยละครับว่าที่นี้อากาศก็ดี อาหารก็อร่อย ที่พักก็ยังได้มาตรฐานอีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วก็อย่าลืมมาเที่ยวกันนะครับ การเดินทางก็ไม่ยากอย่างที่คิดเพียงแค่ไปจองตั๋วของสมบัติทัวร์ แล้วบอกว่าลงแม่ลาน้อย ก็สามารถมาเที่ยวได้แล้วนั่นเอง แถมที่พักก็ยังไม่แพงอีกด้วยนะครับเพียงแค่ 150 บาทต่อคนเท่านั้น เอาเป็นว่ามาเที่ยวกันเยอะๆ นะครับเพราะที่นี้นั้นมันฟินและดีมากนั่นเอง