อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง

อุทยานแห่งชาติดอยผากลองอยู่ในท้องที่อำเภอลอง อำเภอเมือง และอำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ประกอบด้วยพื้นที่เป็นเขาสูงชัน บางแห่งพื้นที่ราบบนเขามีหินโผล่จากพื้นดินตามธรรมชาติอย่างสลับซับซ้อน เป็นหินปูน และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม คือ สวนหินมหาราช จะมีหินโผล่ซึ่งมาจากพื้นดินตามธรรมชาติอย่างสลับซับซ้อนน่าอัศจรรย์ ประกอบกับบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ปัจจุบันมีผู้เข้าไปเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก และมีเทือกเขาดอยผากลองเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร อุทยานแห่งชาติดอยผากลองมีเนื้อที่ประมาณ 117,982 ไร่ หรือ 188.77 ตารางกิโลเมตร เมื่อปี พ.ศ. 2530 สำนักงานป่าไม้เขตแพร่และจังหวัดแพร่ มีนโยบายจัดสวนหิน ซึ่งอยู่ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย ท้องที่ตำบลต้าผามอก อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เป็นวนอุทยานสวนหินมหาราช เพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้แล้ว โดยให้ประสานงานกับกองอุทยานแห่งชาติ และได้มีคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 475/2532 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2532 ให้ดำเนินการสำรวจป่าห้วยขมิ้น ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย ป่าห้วยเบี้ย-ห้วยบ่อทอง และป่าแม่แย้-แม่สาง ท้องที่ตำบลต้าผามอก อำเภอลอง ตำบลวังหงส์ ตำบลท่าข้าม ตำบลวังธง และตำบลป่าแมต อำเภอเมือง ตำบลเวียงทอง ตำบลร่องกาด และตำบลบ้านปง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไปต่อมาปี 2550 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าห้วยเบี้ยและป่าห้วยบ่อทอง ป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย และป่าแม่แย้และป่าแม่สาง ในท้องที่ตำบลท่าขาม ตำบลวังธง ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ ตำบลต้าผามอก ตำบลบ้านปิน อำเภอลอง ตำบลเวียงทอง ตำบลสบสาย ตำบลบ้านปง ตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนที่ 31 ก ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2550 จัดเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 107 ของประเทศ

 

ดอยวาวี

ดอยวาวี ตั้งอยู่ หมู่ 1 ต.วาวี อ.แม่สรวย เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ของชาวจีนฮ่อ บนดอยวาวี ยังมีความเป็น เอกลักษณ์ อีกอย่างหนึ่ง ที่ชวนให้หลงใหล หลงรส นั่นก็คือ เสน่ห์แห่ง “ชา” ที่ชาวบ้านบนดอยวาวี ปลูกกันเป็น อาชีพหลัก อย่างเป็นล่ำเป็นสัน เพราะที่นี่มีชาวจีนฮ่อ หรือจีนยูนนานมาอาศัยอยู่ ยุคเดียวกับกองพล 93 ที่ ดอยแม่สลอง ที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเช่นกันส่งผลให้บนดอยวาวีนิยมปลูกชากันมาก ชาบนดอยวาวี มีทั้งชาพันธุ์พื้น เมืองสายพันธุ์ อัสสัมชาสายพันธุ์ไต้หวันอย่างชิงชิง เบอร์ 12, 13 และชา อู่หลงที่มีความโดดเด่น เป็นอย่าง ยิ่ง เพราะดอยวาวี ถือเป็นแหล่งปลูกชาอู่หลงแห่งแรกของเมืองไทย ลุงพังโก : พินิจ พิทักษ์วารี ชายอายุ 60 กว่าๆ ผู้ที่ติดใจในรสชาติชาอู่หลง จนถึงขนาดแอบลักลอบนำต้นชาอู่หลงพันธุ์ดี เข้ามาปลูกในเมืองไทย เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว และลองผิดลองถูกอยู่ 8 ปี จนปัจจุบันได้พัฒนาเป็นชาอู่หลงแบบไทยๆ ที่รสชาติยอดเยี่ยม ไม่ยิ่ง หย่อนไปกว่าอู่หลงของไต้หวัน แถมยังส่งไปตีตลาดที่ไต้หวันอีกด้วยบนดอยวาวียังไม่หมดของดีเพียงเท่านี้ เพราะการที่ดอยแห่งนี้ มีชนเผ่าอาศัยอยู่ถึง 13 ชนเผ่า อาทิ อาข่า มีอยู่เยอะที่สุด มูเซอ ลีซอ เย้า กะเหรี่ยง จีนฮ่อ และเผ่าอื่นๆ ก็ทำให้ดอยแห่งนี้ มีวัฒนธรรมและประเพณี การแต่งกาย บ้านเรือน และภาษา ของแต่ละชนเผ่า ที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป แต่ว่าทุกคนบนดอยวาวี ต่างก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติที่โอบล้อม

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นบริเวณจุดชมวิวแห่งหนึ่งของอุทยาน มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาดูดาว ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินในบริเวณเดียวกัน รวมทั้งสามารถชมทะเลหมอก จึงตั้งชื่อของสถานที่แห่งนี้ว่าดอยเสมอดาวนอกจากนี้ยังมีสถานท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงคือ “ผาหัวสิงห์” เป็นหน้าผาที่มีรูปร่างคล้ายสิงโตนอนหมอบ หันหน้าไปทางทัศตะวันออก สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ 360 องศา และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง มีเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติ ให้ผู้รักการผจญภัยได้เพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติอากาศบน ดอยเสมอดาว ช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ค่อนข้างร้อนจัดจนเหงื่อไหลไคลย้อย แต่ทันทีที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสี อมส้มส้ม และเหลืองทองจางๆ อุณหภูมิรอบตัวก็กลับลดลงอย่างรวดเร็ว เหลืองเพียงสายลมเย็นๆ พัดผ่านผิวกายให้กลุ่มนักเดินทางผู้เคยหมกตัวในห้องแอร์ต้อง เป่าปากกันเป็นแถว  ดอยเสมอดาว  มวลหมู่ดาวที่พร่างพรายบนท้องฟ้า ช่วยไขข้อข้องใจว่าเหตุใด ชื่อดอยแห่งนี้จึงมีชื่อ เสมอดาว ความรู้สึกอยากใช้มือไขว่ความดาวมาเก็บไว้ในกระเป๋า เป็นสิ่งที่เราเห็นได้จากอาการของนักเดินทางหลายคนที่ เหม่อมองฟ้าแล้วใช้มือโบกไปมาความสวยงามยามค่ำคืนบนดอยเสมอดาว เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ชาตินี้คงไม่ลืม แต่ด้วยอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ จนเฉียด 12 องศา ได้ทำเอาหลายคนต้องขอนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มทั้งคืน เวลาราวๆ ตี 5 หลายคนเริ่มตื่นจากการหลับใหล ซึ่งเมื่อใช้มือแตะที่ถุงนอน คุณจะรู้สึกเลยว่า แม้แต่ถุงนอนอุ่นๆ ก็ยังเย็นยะเยือก เมื่อรูดซิปเต้นท์แล้วเดินฝ่าลมเย็นๆ ไปยังจุดชมวิว สิ่งที่ทำให้เราถึงกับอึ้งจนเสียงในลำคอร้องเปล่งออกมาว่า คือภาพของ ทะเลหมอก ที่สวยงาม

วนอุทยานภูลังกา

วนอุทยานภูลังกา เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาสันปันน้ำ ที่มีความสูงตั้งแต่ 900-1,720 เมตร ด้วยลักษณะที่เป็นยอดเขาสลับซับซ้อนนี้เองจึงเหมาะสำหรับนักนิยมธรรมชาติที่ชอบการเดินป่าพิชิตยอดดอยสูง ซึ่งเหมาะสำหรับการชมทิวทัศน์ในช่วงฤดูหนาวเป็นอย่างยิ่ง   ตั้งอยู่ภายในตำบลผาช้างน้อย อำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกแห่งเดียวของจังหวัดพะเยา ชาวเขาเผ่าเย้าเรียกยอดดอยที่สูงที่สุดบนภูนี้ว่า ฟินจาเบาะ หมายถึง เป็นที่สถิตของนางฟ้าและเทวดา ซึ่งมีคำบอกเล่าถึงความมหัศจรรย์ว่าในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ จะมีแสงสีขาวเปล่งปลั่งเหนือยอดดอย   ทั้งนี้บนยอดภูมีพื้นที่แคบจุได้ไม่เกิน 10 คน สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก ดอกไม้ป่า พันธุ์ไม้หายาก เช่น ต้นชมพูภูพาน, เนียมแดง, เอื้องสีตาล, เทียนธารา และสัตฤๅษี เป็นต้น สามารถศึกษาระบบนิเวศดั้งเดิมของป่าดิบเขาและต้นน้ำตามเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ หรือชมทะเลหมอกที่สวยงามนอกจากนี้วนอุทยานภูลังกายังมีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ ดอยภูลังกา มีความสูงประมาณ 1,720 เมตร สามารถเฝ้าชมวิวทะเลเมฆหมอก ดอกไม้ป่า ชมอาทิตย์ขึ้นลงท่ามกลางทะเลภูเขาสวยงามมาก, ดอยภูลม มีความสูงประมาณ 1,600 เมตร สามารถชมวิวได้ 360 องศา, ทุ่งดอกโคลงเคลง เป็นต้นไม้พุ่ม ดอกสีม่วง มีลักษณะสวยงาม ออกดอกบานสะพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวและช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขึ้นรวมกันเป็นทุ่งกว้างและกระจัดกระจายทั่วไปในวนอุทยานภูลังกา, หินแยงฟ้า เป็นแท่งหินยื่นโผล่ขึ้นไปบนฟ้า อยู่ปลายสุดของยอดดอยภูลังกา, ป่าก่อโบราณ, น้ำตกภูลังกา, ลานหินล้านปี และร่องรอยตำนานผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีต